เค้าว่ากันว่า “ความรัก” ทำให้คนเราทำได้ทุกอย่าง

เค้าว่ากันว่า “ความรัก” ทำให้คนเราทำได้ทุกอย่าง

คำนี้ถ้าใครที่ไม่เคยมีความรัก อาจจะคิดว่า เห้ย อะไรจะขนาดนั้น อาจจะรู้สึกเฉย แบบว่าก็ ความรัก ยังไงเราก็เป็นตัวเราจะชอบทำอะไร ไม่ชอบทำอะไร มันก็ตัวเรา แต่ถ้ากับคนที่มีความรักหรือกำลังอินเลิฟแล้วล่ะก็ มันจริงที่สุดเลยนะ คือเอาจริงมันฟินนะ กับการที่ได้ทำอะไรเพื่อความรักอ่ะ มันเต็มไปด้วยความสุข เต็มไปด้วยความพย าย าม เต็มไปด้วยความหวัง หรือบางทีไม่ได้หวังอะไร แต่ขอให้คนนั้นเค้ามีความสุขได้มีโมเมนต์ ช่วงเวลา หรือได้ใกล้คนนั้น มันมีความสุขสุดนะ แบบว่าพาเอาคนอื่นที่รู้จัก ที่เคยผ่านความรักมาอิ จ ฉ ากันก็เป็นได้ เพราะมันฟินและน่าจดจำสุดไปเลย

อย่างผมเอง ผมจะคิดถึงทุกครั้ง เวลาที่นึกถึงช่วงเวลาที่มีความรัก ผมจดจำทุกบรรย ากาศในโรงเรียนที่มีเธอคนนั้นได้ แล้วพอมาลองย้อนนึกดู เห้ย  มันมีหลายอย่างมากเลยที่แบบว่า เราทำไปได้ยังไงวะ บางอย่างมันไม่สามารถกลับมาทำได้อีกแน่มันคือสิ่งที่เราทำเพราะความรัก พลังมหัศจรรย์บางอย่างที่ทำให้ตัวเราทำสิ่งเหล่านั้นออกไปได้ โดยมีความรักเป็นตัวขับเคลื่อนวันนี้เราจะมาดูกันว่า พลังเหล่านั้นที่ผมเคยทำและเชื่อว่าหลายคนก็เคยทำเช่นเดียวกัน มันมีอะไรบ้าง
1. พลังแห่งการเปลี่ยนแปลง
พลังนี้จะเห็นบ่อยมากในกลุ่มเพื่อนหรือแม้แต่ตัวผมเองกับการที่อย า กจะดูดีให้เธอคนนั้นเห็น บ้างก็ลดความอ้วน ฟิตหุ่น ดูแลตัวเอง ทาครีมบำรุงผิวกันซะเต็มที่ ซึ่งบางคนอยู่กันมาตั้งแต่ ม.ต้น ไม่เคยเลยที่จะพย าย ามลดความอ้วน แต่พอขึ้น ม.ปลายแอบไปหลงรักรุ่นน้อง อยู่ก็หันมาฟิตหุ่น ควบคุมอาหารจนดูดี บางคนนี่ว่างเมื่อไหร่เป็นต้องเข้าห้องน้ำล้างหน้า เซ็ตผมตลอด นี่ เปลี่ยนแปลงภายนอกนะ บางคนมีพลังที่พิเศษกว่านั้น คือ มีหลายเสีຢง เอาสิ เสีຢงสอง เสีຢงสาม มาเต็ม อยู่กับเพื่อนใช้เสีຢงหนึ่ง คุยโทรศัพท์กับเธอคนนั้นใช้เสีຢงสอง เจอหน้าใช้ เสีຢงสาม เรียกได้ว่า เป็นอ ย่า ง นี้ซักเทอมนึงนี่ ไปทำงานเป็น นักพากย์การ์ตูนได้เลย

2. พลังแห่งความอึดไร้ขีดจำกัด

ยกตัวอย่างจากตัวผมเอง ซึ่งคิดว่าหลายคนก็เคยเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่จำได้เลยคือ นัดสาวไว้ตอนสี่โมงหลังเลิกเรียน พอเลิกเรียนเราก็รีบออกมาเลย ขึ้นรถเมล์กะว่าไปทันแน่ปรากฎว่า เลี้ยวออกถนนใหญ่ปุ๊ป รถติดไม่ขยับรอแล้วรออีก มาดูเวลาอีก 15 นาทีจะสี่โมง ทำไงล่ะ กระโดดลงจากรถเลยครับวิ่งสิครับ  รออะไร จำได้ว่าวิ่งไปประมาณ 2 กิโลเมตรได้ ไปเลทนิดหน่อย เอาจริงเธอคนนั้น เค้าไม่ได้ซีเรียสหรอกว่าจะไปเลทมั้ยโทรบอกก็ได้ว่ารถติด แต่ตัวเรานี่สิ คิดมากไง ต้องไม่เลท จะต้องไปให้ทัน จะต้องวิ่ง นี่ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่ผมเคยสัมผัสนะ อย่างเพื่อนผม ปกติไม่ใช่คนแข็งแรง ไม่ได้ชอบเล่นกีฬาอะไรเลย แต่ดันไปชอบรุ่นพี่ชมรมยูโด เอาล่ะสิ พี่แกก็ไปสมัคร เข้าชมรมยูโด ซะงั้น คิดดูสิ จะต้องโดนทุ่มซักกี่ครั้ง ถึงจะพิชิตใจเธอได้

3. พลังแห่งการวางแผน
ในหนึ่งวันที่โรงเรียน คนที่มีความรัก จะวางแผนการใช้ชีวิต เส้นทางการเดินเอาไว้หมดแล้ว ตั้งแต่เช้าถึงเย็นเช้ามาจะมาเล่นบาสตรงนี้ แล้วเตรียมตัวชู้ตบาสแม่นเวลานี้ เพราะเธอจะมาถึงโรงเรียนพอดี ตอนเดินไปล้างหน้าเข้าแถว เดินอ้อมหน่อย เพราะเธอและกลุ่มเพื่อนจะนั่งตรงนี้ทุกเช้า เดินไปเรียนคอมพิวเตอร์ชั้นสองขอเดินอ้อมไปรับลมชั้นสี่หน่อยได้มั้ย เปล่าหรอก เธอเรียนอยู่ห้องวิทย์ชั้นสี่ ไหนจะวางแผนกินข้าวร้านไหน ไปเข้าห้องน้ำเวลาที่เธอเปลี่ยนคาบเปลี่ยนห้องเรียน ซึ่งเป็นระบบการวางแผนที่ดีมาก ที่จะได้เจอเป้าหมายทุกครั้ง ซึ่งคนที่ไม่มีความรักไม่สามารถทำได้แน่

4. พลังแห่งการยอมทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ
ความรักทำให้คนทำได้ทุกอย่างจริง เพื่อนผมถึ งกั บยอมกินผัก เพราะทุกครั้งที่ไปเที่ยวกับเธอ เธอจะชอบสั่งผัดผักกิน บางคนไม่กล้าเล่นรถไฟเหาะ แต่เธอชอบเล่น ก็ต้องยอมไปเล่นกับเธอเพื่อให้เธอมีความสุข ที่พีคกว่านั้นคือ มีรุ่นน้องคนนึง ชอบเพื่อนผม ซึ่งเป็นผู้หญิง พอมาถึงวันกีฬาสี สีของผมข า ดลีดเดอร์ผู้ชาย แล้วเพื่อนผมดันเป็นประธานเชียร์ เธอເครียດมาก ไอ้รุ่นน้องผมคนนั้น ซึ่งเป็นขาโหดซะด้วย ถึ งกั บยอมอาสาเป็นลีดเดอร์ผู้ชายให้ แต่งตัว แต่งหน้าทาปาก ยืนเต้นยืนเชียร์ เห็นได้ว่าความรักมีทำให้คนเราสามารถทำได้ทุกอย่างจริง

5. พลังแห่งการหยุดโลกทั้งใบ
พลังนี้มักจะเห็นในช่วงเย็นหลังเลิกเรียน หรือเวลาไปเที่ยวกับแฟน ง่ายคือเหมือนโลกนี้มีกันอยู่ สองคนอ่ะ บ้างก็นั่งกุมมือกันอยู่อย่างนั้น ไม่ทำอะไร ไม่สนใจใคร นั่งจ้องหน้ากัน ไม่พูดอะไร ชนิดที่เรียกว่า ใครอยู่ใกล้คงจะ งง อ่ะ ว่านั่งทำอะไรกันแล้วเวลาก็ผ่านไป ผ่านไป สามชั่ วโมง ก็นั่งจ้องหน้ากันอยู่อย่างนั้นน่ะ คือจะบอกว่า ถ้าคนมีความรักอ่ะ นี่คือความสุขแบบสุดไปเลยนะโลกใบนี้มี เรา ไม่สนใจเวลา ไม่สนใจคนรอบข้าง สนใจ เธอ
หรือในอีกเคสหนึ่ง ก็คือ ชวนกันไปเที่ยวสวนสนุก ไปบ้านผีกันเดินไปเป็นกลุ่ม มีเพื่อนผมกับพี่จอยคนเดิมเข้าไปด้วย คือแบบว่าทั้งคู่ไม่มีความกลัวเลย กลับชอบซะอีกได้อยู่ในที่มืด อยู่กันสองคน ไม่สนใจผี ไม่สนใจบรรย ากาศรอบเลย เดินจูงมือ ซบ ไหล่เรียกได้ว่า จะอยู่ที่ไหนเราก็จะหยุดโลกใบนี้ ให้เธอคนเดียว

6. พลังแห่งสมาธิขั้นดีมาก
คนที่มีความรักจะมีสมาธิในการเรียน การทำงานที่ดีขึ้นหรอ เปล่าไม่ใช่เลย แต่คนที่มีความรัก จะมีสมาธิในเ รื่ อ งเธอคนนั้นสูงมาก ไม่ว่าจะติวหนังสือไปก็สามารถแชทคุยกับเธอไปได้ด้วย เล่นบาสอยู่เป็นทีม เธอเดินผ่านมา ก็สามารถเล่นไปด้วยสายตาก็เเอบมองเธอไปด้วย แถมเล่นได้ดี ติวหนังสือได้ดีด้วยนะ คงเพราะมีกำลังใจ ทำอะไรก็มีแรงฮึด เรียกว่าจะทำอะไรอยู่เป็นล้านแปดก็ตาม ก็สามารถแทรกเ รื่ อ งของเธอเข้ามาอยู่ในสมองได้ตลอด

7. พลังการอดหลับอดนอน 
เพิ่งจะได้รู้ว่าคนที่มีความรัก ไม่ต้องนอนก็ได้ก็จากเพื่อนผมคนนึงนี่แหละ ที่เห็นว่าออนเฟสบุคซะดึกตีหนึ่งก็ยังไม่นอน ไม่ใช่ว่ามันนั่งทำการบ้าน หรืออ่ า นหนังสือนะ มันนั่งแชท นั่งคุยโทรศัพท์กับพี่จอยสุดที่รักของมัน คุยกันยันตีสี่อ่ะ ที่ผมรู้เพราะดูจากหน้าแชทที่ขึ้นว่ามันออนไลน์ล่าสุดเมื่อไหร่ เป็นงี้ทุกคืน แต่ที่สำคัญที่สุดคือแม่งดันมาโรงเรียนซะเช้า มาทำไร มารออยู่พี่จอยอยู่ที่สนามบาส คิดว่าหลายคนคงจะเป็น รวมทั้งตัวพี่จอยคนนั้นด้วย แต่แน่นอน คนพวกนี้ ก็จะมานั่งหลับในห้องเรียน แต่เป็นงี้ทุกคนทำได้ไง คุยอะไรกันไม่รู้ สงสัยจะต้องลองมีความรักกับเค้าอีกซักที จะได้รู้ว่ามันเป็นยังไง

ซึ่งจะเห็นว่า ที่บอกว่าความรัก ทำให้คนเราทำได้ทุกอย่าง มันจริงที่สุดเลยนะ เชื่อว่าทุกคนคงเคยผ่านเหตุการณ์หรือความรู้สึกแบ บนี้มา จะแตกต่างกันที่เ รื่ อ งราวแต่ละคน แต่ความตั้งใจ พลังเหล่านี้มันเกิດได้กับทุกคน ก็มันมีความสุขที่จะทำอ่ะนะ สมหวังแฮปปี้บ้าง ผิดหวังบ้าง หรือ เห็นเค้ามีความสุข ก็พอใจแล้วบ้าง มันก็เป็นประสบการณ์ชีวิตที่ดี ที่น่าจดจำนะ เชื่อเถอะ วันนึงที่เราโตขึ้นเราจะนึกถึงมัน นึกถึงที่เราเคยวิ่งไปเพื่อเจอเธอ ที่เคยนั่งกุมมือ หรือเ รื่ อ งแปลกที่เราไม่คิดว่าจะได้ทำมัน พอนึกแล้วก็ฟินอยู่ในใจ เพราะมันคือสิ่งที่เราได้ทำจริง เรารู้สึกดีที่ได้ทำมันจริง มันคือความรักที่เกิດขึ้นจริงกับเราจริง