ทำ 3 อย่าง เปลี่ยน ‘คู่กรรม’ เป็น ‘คู่บารมี’

ทำ 3 อย่าง เปลี่ยน ‘คู่กรรม’ เป็น ‘คู่บารมี’

1 อภัยทาน คือรู้จักให้อภัยแก่คู่ครองของตน เพราะการให้อภัยต่อกันเป็นการให้อโหสิ ก ร ร ม ไม่ติดใจกัน ย่อมไม่มีการผูกเวรต่อกัน

2 รั กษ าศีล 5 ให้มั่นคงที่สุด เพราะจุดเริ่มต้นแห่งความสุขและความสงบในชีวิตคู่คือ ศีล 5 การไม่นอกใจกัน ย่อมไม่เกิดการผิดศีลข้ออื่น และไม่ทำให้ตนเองตกต่ำลง

3 ต่างคนต่างหมั่นสวดมนต์แผ่เมตตาให้กันและกันเสมอ ช่วยยกระดับจิตใจ และลดความยึดมั่นถือมั่นในตัวตนลงได้ ทำให้จิตปล่อยวาง

ไม่คิดเอาชนะกันหรือยกตนเป็นใหญ่เหนือใครคนใดคนหนึ่ง

มีคำกล่าวหนึ่งที่ว่า ชีวิตคู่ต้องรับผิดชอบร่วมกันดัง การช่วยกันหาร้านก๋วยเตี๋ยวนั่งรับประทานและไม่กล่าวโทษกันเมื่อก๋วยเตี๋ยวไม่อร่อย บุญที่หนุนนำนี้จะช่วยผลักดันให้ชีวิตคู่พัฒนาก้าวหน้าเปลี่ยนจากคู่เวร เป็นคู่บุญได้ บุญนั้นจะเป็นที่พึ่งให้ท่านได้จริง

ถ้าหมั่นสร้างบุญแก่ตนและคนที่คุณรัก จะเปลี่ยนคู่ มเป็นคู่บารมี

การที่คนสองคนได้มาพบเจอกัน ได้สร้างบุญร่วมกันและได้มาใช้ชีวิตร่วมกัน ล้วนบ่งบอกถึงความเป็นมาในอดีตชาติและปัจจุบันชาติว่า

ในอดีตชาติคนสองคนนั้นได้เคยทำ ก ร ร มทั้ง ก ร ร มดีและไม่ดีร่วมกันมา ดังที่เคยเล่าไว้ในพุทธชาดกหลาย ตอนคู่ที่เกิดมาครองคู่กันตลอด

ในภพชาติที่ต้องอยู่ด้วยกันก็คือ คู่ของ เจ้าชายสิทธัตถะและพระนางยโสธรา (มีเพียงบางชาติที่ทั้งสองพระองค์ไม่ได้พบกัน) เนื่องจากต้องบำเพ็ญเนกขัมมะบารมีอย่างสูงสุด เช่น ในพระชาติของพระเตมีย์

ขณะที่บางภพชาติแม้พระโพธิสัตว์จะออกบำเพ็ญบารมีเป็นพระฤาษีแล้ว เหาะผ่านมาเห็นอดีตชาตินางยโสธรา ก็ตกหลุมรักจนฤnธิ์เสื่อม แล้วใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในชาตินั้น

บางชาติ พระโพธิสัตว์บวชเป็นเณรแล้ว แต่ก้ต้องสึกออกมาเพราะมีจิตปฏิพัทธิต่อนางเพราะเคยอยุ่ร่วมกันมาก่อน และตกนรกหมกไหม้ร่วมกันก็มี เพราะทำผิดศีลธรรมร่วมกันไว้

ดังนั้นการที่คู่ครองบางคู่ ครองรักร่วมกัน ใช้ชีวิตร่วมกันแล้วย่อมมีผลต่างกันไป คู่ที่สร้างแต่บาปมาร่วมกันมาก ชีวิตคู่ก็จะเป็นเหมือนเจ้า ก ร ร มนายเวรต่อกัน

แม้กายจะเป็นมิตรกันแต่จิตเป็นศัตรูต่อกัน ย่อมฉุดให้ชีวิตตกต่ำลง ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือตกลงทั้งสองฝ่าย เพราะคอยแต่จะเบียดเบียนกันตลอดเวลา

ร้ า ยที่สุดก็คือ ทำลายชีวิตอีกฝ่ายกันไปคู่ที่สร้างบุญและบาปมาร่วมกันพอ กัน ก็จะมีทุกข์และสุขปนกันไป แม้อ ย า กจะเลิกกันแต่ก็ยังเลิกกันไม่ได้ หรือร่วมสร้างบุญให้สุดก็ยังทำไม่ได้ คนหนึ่งทำ

อีกคนไม่ทำ ทะเลาะเบาะแว้งบ้าง แต่ก็ยังสามารถอยู่ร่วมกันได้อยู่ จนกว่าจะหมดบุญร่วมกันไป คู่ที่สร้างบุญร่วมกัน มากกว่าบาป ก็จะมีสุขมากกว่าทุกข์ คือ ครองคู่กันอย่างดี แม้จะทะเลาะกันบ้าง

ก็ไม่ทิ้งกัน อภัยให้กันได้ ชีวิตคอยประคับประคองกันไปได้ตลอดรอดฝั่งและสามารถชักชวนกันสร้างบุญใหม่ให้ยิ่งใหญ่ขึ้นได้ยิ่ง ขึ้นไป ไม่ขั ด แ ย้ งกันในบุญที่ทำ

คู่ประเภทหลังสุดนี้เรียกว่า คู่บุญคุ่บารมี แบบที่เจ้าชายสิทธัตถะและพระนางยโสธราเป็น คือสร้างบุญร่วมกันมากกว่าบาป อย่างในพระชาติของพระเวสสันดรและพระนางมัทรี

ทั้งสองพระองค์ก็ได้บำเพ็ญบารมีร่วมกันอย่างยิ่งยวด แม้จะตกทุกข์ได้ย า กในตอนแรก แต่ก็มีความสุขได้ในที่สุด

ขอบคุณแหล่งที่มา 108resources com